Crack RNA Code By Meditation / 5 (คำสอนพระอาจารย์ธรรมบาล 9 มิถุนายน 2558)



สิ่งมีชีวิต มีคุณสมบัติที่แตกต่างกับสิ่งไม่มีชีวิตอยู่ 4 ประการ คือ

        1. การจัดระบบ(Orgarization) หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างร่างกายภายในที่ซับซ้อน ประกอบขึ้นด้วยเซลล์จำนวนมาก และเซลล์เองก็มีโครงสร้างภายในที่แยกย่อยลงไปอีก


        2. กระบวนการสร้างและย่อยสลาย(Metabolism) หมายถึง สิ่งมีชีวิตบริโภคอาหาร เพื่อการเจริญเติบโต และทำกิจกรรมต่าง ๆ


        3. การขยายพันธุ์(Reproduction) หมายถึง การมีลูกหลาน สืบสายพันธุ์ต่อไป


        4. การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นเร้า(Irrtability) หมายถึง ปฏิกริยา(อารมณ์) ที่รับจากภายนอก(ปัญจทวารวิถี) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรม ไปจนถึงการตอบสนองของพืช(Tropisms) ด้วย





        แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 4 ข้อนั้น เกิดจากกลไกในระดับที่เล็กมาก ๆ เรียกว่า "โมเลกุล" ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดการCopy ตัวเอง จากคำสั่งของ "อารมณ์" สั่งตรงไปให้สร้าง "เซลล์"





       เซลล์จึงเปรียบเสมือนโรงงานอุตสาหกรรม ที่คัดลอกผลิต โดยมีพิมพ์เขียวต้นแบบ เซลล์ที่ทำหน้าที่สำคัญนี้เรียกว่า ไรโบโซม(Ribosomes) ที่สำคัญที่สุดก็คือมันจะCopy ตัวของมันเองเป็นล้านๆ จากคำสั่งเพียงคำสั่งเดียวที่ออกมาจากการถอดรหัสพิมพ์เขียวเรียกว่า เรพลิโซม(Replisomes) 


            จากนั้นมันจะรวมตัวจับกลุ่มเป็นก้อนเป็นชุดตามต้นแบบ นั่นคือ "โครโมโซม(Chromosomes)" หรือ "รหัสพันธุกรรม" ที่เกิดจากคำสั่ง "อารมณ์" หรือ กระแสแรงกระตุ้นของแม่เหล็กไฟฟ้าชีวภาค(Bio-Electromagnetic) ที่ทำให้RNA ถอดรหัสจากกรดอมิโนที่เรียงตัวกันอยู่ในDNA ออกมา นี่คือความมหัศจรรย์ในการทำงานที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของ "โมเลกุล"








        คราวที่แล้ว เราได้กล่าวถึงตอนที่ว่า "ชีวิตเกิดมาทำไม คำตอบคือ ชีวิต เกิดมาเพื่อแสวงหาอารมณ์ อารมณ์คือเครื่องหล่อเลี้ยง ชีวิต" 







        "อารมณ์" เป็นความหมายรวม เพราะความจริงก็คือ ปฏิกริยาที่ถูกกระตุ้นด้วยElectromagnetic ส่งเป็นสัญญาณไฟฟ้า ให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานตามที่กล่าวข้างต้น อารมณ์เกิดได้ทั้งภายนอกภายใน โดยจะรับมาจากภายนอกแล้วนำเข้าไปสู่ภายใน เทียบเคียงข้อมูลในDNA(สัญญาเดิม) จากนั้นRNA จะทำการถ่ายแบบ ถอดรหัส ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปผลิตฮอร์โมน-โปรตีน กลายเป็น การกระทำ หรือ พฤติกรรม  อารมณ์จัดเป็นภาษาสากล ที่สามารถรับรู้ได้ แม้ไม่ต้องสัมผัส หรือ ใช้สัญญาณใด ๆ เช่นความเมตตา ความรัก ก็สามารถสื่อสารกันได้ แม้อยู่คนละซีกโลกโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือสื่อสารใด ๆ ดังนั้น อารมณ์จึงจัดเป็นภาษาสากลแห่งจักรวาล ที่ทุกสรรพสิ่งย่อมสามารถสื่อสารรับรู้กันได้เป็นสากล

        "อารมณ์ ภายนอก" ที่เข้ามากระทบที่เห็นตัวอย่างได้ง่ายที่สุดก็คือ "เสียง" ที่เรารับรู้ได้ทาง "หู" ทางอภิธรรมเรียกว่า "โสตประสาท" จริงแล้ว เสียง ไม่มีอยู่จริง ที่เราว่าได้ยินเสียง ความจริงคือการเคลื่อนที่ของ "โมเลกุล" ในอากาศ







        การเคลื่อนที่ของโมเลกุลในอากาศ ยังส่งความสั่นสะเทือน ที่แตกต่างกันตามระดับความถี่ของคลื่นเสียง ซึ่งทำให้เสียงทั้งหลายแตกต่างกันไปตามคลื่นความถี่นั้น ๆ การที่เราได้ยิน ก็เกิดจากโมเลกุลในอากาศที่เคลื่อนไหว กระทบกับโมเลกุลภายในส่วนที่ทำหน้าที่สัมผัสของอวัยวะส่วนหู







         "ความถี่ของเสียง" ไม่เพียงแต่โมเลกุลในอากาศ เท่านั้นที่เคลื่อนที่ไปได้ แต่เมื่อทดสอบคลื่นเสียงกับวัตถุที่เป็นMass เช่น ดิน ทราย น้ำ ไฟ ก็เคลื่อนที่ไปได้เช่นกัน แม้ว่า คลื่นเสียงจะไม่อาจจะมองเห็นได้ แต่กลับมีพลังผลักดัน หรือทำลายวัตถุธาตุMass ได้อย่างปราศจากข้อโต้แย้งทางฟิสิกส์




  ตัวอย่างการใช้คลื่นความถี่สูงมีประโยชน์มากๆ ในวงการแพทย์ไทย เรารู้จักกันดีกับคำว่า อัลตราซาวน์ ซึ่งเอามาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ เช่น คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็จะไปตรวจเพศของลูกในครรภ์ หรือใช้ตรวจหลอดเลือด ซึ่งใช้ได้กับทุกส่วนในร่างกายและมีความแม่นยำสูง สามารถทำได้หลายครั้ง เพราะมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายจากรังสีด้วย


ในส่วนของคลื่นความถี่ต่ำ ทหารเรือมักจะใช้ในการสื่อสารระยะไกล แต่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าถ้าได้รับเกินความจำเป็นนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตด้วยเหมือนกัน ซึ่งในศตวรรษที่ 18 ได้มีการวิจัยไว้ว่า คลื่นชนิดนี้สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธปราบปรามจลาจล เช่น ในฝรั่งเศส กับ ญี่ปุ่น โดยทหารจะยิงคลื่นเสียงอินฟราโซนิคที่กลุ่มฝูงชน คลื่นเสียงจะไปกระตุ้นการทำงานของสมอง เนื่องจากคลื่นถี่ต่ำจะมีผลต่อระบบประสาทโดยตรง ทำให้เหยื่ออุจจาระออกมาโดยไม่รู้ตัว 








(Picture Cr:: Dek-Dee.com)

           นอกจากนี้แล้วคลื่นอินฟราโซนิคยังส่งผลทำให้เกิดความมึนงง กล้ามเนื้อกระตุก อยากอาเจียน จนอาจถึงขั้นสลบได้ ดังนั้นคลื่นความถี่ต่ำนั้นก็เปรียบเสมือนอาวุธชนิดหนึ่ง แต่วิธีการช่างล้ำเลิศและลึกซึ้งมาก เพราะเป็นอาวุธที่เราจะไม่รู้เลยว่าคลื่นเสียงมันจะมาตอนไหน เนื่องจากความถี่ต่ำเราจึงไม่ได้ยินเสียง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ขี้แตกไปแล้ว !!!




ตัวอย่างสังเขป คลื่นความถี่ กับผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์


7 Hz เป็นคลื่นระดับเดียวกับคลื่นสมอง (alpha brain wave) ถือว่าเป็นระดับความถี่ที่อันตรายที่สุด มีผลกระทบต่ออวัยวะมากที่สุด ทำให้ฉีกขาดได้ ถ้าร่างกายอยู่ในคลื่นความถี่นี้นานๆ อาจถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว


1 - 10 Hz เป็นความถี่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทร่างกายและสมอง ดังนั้นสมองจะถูกบล็อก และถูกทำลาย ทำให้มึนๆ งงๆ และอาจส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายด้วย

43 - 73 Hz มีผลให้ขาดสติ การทำงานของสมองลดลง (IQ ลดลง 77%) หายใจไม่ปกติ มีปัญหาในการสื่อสาร

50 - 100 Hz อึดอัด เกิดอาการอกสั่น ลำไส้และระบบขับถ่ายปั่นป่วน เกิดอาการคลื่นไส้ มึนงง





ทั้งหมดนี้ เรียกโดยรวมก็คือ เกิดจากคลื่นเสียง แต่หากจะกล่าวให้ลึกลงไป นั่นคือ พลังที่ผลักให้โมเลกุล ทั้งในอากาศ และ เซลล์ในร่างกายมนุษย์

เปลี่ยนแปลง ถึงกับเป็นอันตรายถึงตายได้ และ คลื่นเสียงยังสามารถสร้างความพินาศเช่น Sonic Boom หรือ การใช้คลื่นเสียงสร้างแผ่นดินไหวเป็นต้น

เสียง เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือ แม้จะส่องกล้องใด ๆ ก็ไม่เห็น แต่คลื่นของเสียงกลับมีพลังยิ่ง สามารถใช้เป็นอาวุธทำลายล้างภูเขา ตึกรามบ้านช่องให้สลายไปในพริบตา นั่นคือ คลื่นที่ทำให้เกิดการเคลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลง ของอานุภาคแห่งโมเลกุล นั้น

ซึ่งอันที่จริงแล้วโดยทางพระพุทธศาสนาปรากฏในพระอภิธรรมปิฏก ได้กำหนดให้เสียง เป็นวัตถุธาตุชนิดหนึ่ง ถ้ามาจากมนุษย์ คือ เสียงมนุษย์(คำพูด) จัดว่าเป็น "ปถวี(ธาตุดิน)" และด้วยเหตุดั่งนี้ จึงเป็นคำตอบในชั้นนี้ว่า เหตุได ไฉนหนอ จึงต้องมีการสวดมนต์ ที่ต้องใช้เสียงประกอบพิธีกรรม ซึ่งมักมีคำกล่าวว่า  สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้ 



คำถามจึงอยู่ที่ว่า "เสียง" จะสามารถเปลี่ยนแปลง ชีวิต สรรพสิ่ง หรือ ธรรมชาติที่เป็นอยู่ได้จริง หรือ ไม่? เราจะได้พิสูจน์ทราบ ร่วมรับรู้กันใน ตอนต่อไป ถึงความก้าวหน้าของพระพุทธศาสนา ว่าล้ำหน้ากว่าทางวิทยาการ Quantum Physic ขนาดไหน





ด้วยพลานุภาพแห่งพุทธคุณ ดลบันดาลให้สาธุชนผู้ใฝ่ในกุศล ปฏิบัติชอบในแนวทางแห่ง "สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค" จงพบแต่ความเจริญในชีวิต ครอบครัว กิจการงาน ก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมเทอญ ...เจริญพร







Crack RNA Code By Meditation / 6











สารบัญทั้งหมดจะอยู่ทางด้านขวามือของหน้า (ทุกหน้า)

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS